การตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ควรตรวจอะไรบ้าง?

การตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ ควรตรวจอะไรบ้าง? เนื่องจากร่างกายของผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จะเสื่อมสภาพหรือเกิดโรคกับอวัยวะเกือบทั่วร่างกายได้สูง เพราะฉะนั้นการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุจึงต้องตรวจอย่างละเอียดและครอบคลุม นับตั้งแต่การซักประวัติและการตรวจร่างกายโดยแพทย์ การตรวจที่จำเป็นมีดังต่อไปนี้

1. การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ และตรวจอุจจาระ เพื่อตรวจหาโรคไขมันในหลอดเลือด โรคโลหิตจาง โรคเบาหวาน โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ โรคมะเร็งลำไส้ ตรวจดูการทำงานของต่อมไทรอยด์ ความผิดปกติของเกลือแร่ในร่างกาย ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด อาการขาดสารอาหารหรือธาตุเหล็ก รวมถึงการขาดโฟเลต โดยควรได้รับการตรวจทุกปี

2. การตรวจตา เพื่อหาโรคต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม รวมถึงภาวะสายตาสั้นและสายตายาว ซึ่งไม่ควรรอให้เป็นหนักจนตามัวแล้วค่อยมารับการรักษา แต่ควรตรวจทุก 2–4 ปี

3. การตรวจหู เพื่อดูว่ามีภาวะหูหนวก หูตึง หูชั้นนอกอุดตัน ภาวะประสาทหูเสื่อมจากอายุ และเสื่อมจากการเผชิญเสียงดังเป็นประจำหรือไม่

4. การตรวจสุขภาพจิต เป็นการตรวจภาวะจิตใจและโรคทางจิตเวช โดยที่พบได้บ่อยคือโรคซึมเศร้าหรือภาวะสมองเสื่อม โดยเฉพาะผู้ที่หย่าร้าง อยู่ตัวคนเดียว หรือสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดความผิดปกติทางอารมณ์ได้

5. การตรวจผิวหนัง โรคผิวหนังที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ ได้แก่ ผื่นแพ้ยา โรคมะเร็งผิวหนัง ภาวะผิวแห้ง และการติดเชื้อราที่ผิวหนัง โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคเบาหวาน

6. การตรวจช่องปาก เป็นการตรวจหาปัญหาเกี่ยวกับเหงือกและฟันโดยทันตแพทย์ เช่น ฟันผุ เหงือกอักเสบ มะเร็งในช่องปาก และปัญหาในการบดเคี้ยวอาหาร

7. การตรวจภายใน เช่น การตรวจหาก้อนเนื้องอกในระบบอวัยสืบพันธ์ และดูว่าเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย การตรวจบริเวณปากมดลูกเพื่อหาเซลล์มะเร็ง ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้นได้มากตามอายุ โดยสตรีควรตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง แต่หากผลการตรวจเป็นปกติติดต่อกัน 3 ปี ก็สามารถเปลี่ยนเป็นตรวจทุก 3 ปีได้

8. การตรวจเต้านม เพื่อหาก้อนเนื้อมะเร็ง โดยควรได้รับการตรวจทุก 3 ปี

9. การตรวจกระดูก เป็นการตรวจภาวะกระดูกพรุน ซึ่งเป็นโรคที่มักไม่มีสัญญาณเตือนในระยะแรก แต่ก็สามารถป้องกันได้ ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้หญิงจึงควรมาตรวจก่อนที่จะได้รับบาดเจ็บจากภาวะกระดูกพรุน

10. การตรวจยาประจำตัว เพื่อให้แน่ใจว่าชนิดยาและปริมาณยาที่ผู้สูงอายุรับประทานอยู่นั้นเหมาะสม รวมทั้งพิจารณาว่ามีความเสี่ยงหรือก่อให้เกิดผลข้างเคียงใดๆ หรือไม่ หากมี แพทย์อาจปรับเปลี่ยนตัวยาหรือปริมาณยาให้

วิธีการเตรียมตัวก่อนตรวจสุขภาพของผู้สูงอายุ

– ก่อนวันที่จะตรวจควรงดอาหารและน้ำตั้งแต่หลังเที่ยงคืน หรือเป็นเวลา 8–10 ชั่วโมง
– ควรนอนหลับพักผ่อนมาให้เพียงพอ
– ควรนัดหมายกับสถานพยาบาลล่วงหน้า หากไม่สามารถมารับการตรวจได้ควรโทรมาแจ้งหรือเลื่อนนัดทางสถานพยาบาล
– หากมียาที่รับประทานอยู่เป็นประจำหรือมีโรคประจำตัวต่างๆ ควรแจ้งแพทย์ให้ทราบ

วิธีเกลี้ยกล่อมให้ผู้สูงอายุไปตรวจสุขภาพ

ผู้สูงอายุมักวิตกกังวลหรือกลัวโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ บางคนคิดว่าถ้าไปตรวจจะทำให้รู้ว่าเป็นโรคอะไร จึงกลัวการตรวจสุขภาพและไม่อยากไปตรวจ ดังนั้นการจะโน้มน้าวหรือเกลี้ยกล่อมให้ไปตรวจนั้น จึงต้องอธิบายให้ผู้สูงอายุทราบถึงความสำคัญของการตรวจสุขภาพ โดยอาจโน้มน้าวว่าการเสื่อมสภาพของร่างกายนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แต่หากดูแลดีๆ และไปตรวจสุขภาพเป็นประจำก็จะช่วยรักษาสุขภาพให้แข็งแรงและรู้ทันโรคภัยต่างๆ ทำให้ตรวจพบความผิดปกติตั้งแต่ในระยะแรกๆ ส่งผลให้รักษาได้ง่ายและรวดเร็ว ไม่ต้องใช้เวลานาน ไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก นอกจากนี้ต้องอธิบายถึงขั้นตอนในการตรวจให้ผู้สูงอายุสบายใจว่าไม่ได้ทำให้เจ็บและไม่ได้ยุ่งยากอย่างที่คิดด้วย
ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ

ราคาในการตรวจสุขภาพของโรงพยาบาลเอกชนจะอยู่ที่ประมาณ 4,500–6,500 บาท แต่หากเป็นโรงพยาบาลรัฐบาล เช่น รพ.จุฬาฯ รพ.ศิริราช และรพ.รามาธิบดี ราคาค่าตรวจจะค่อนข้างถูกกว่าโรงพยาบาลเอกชนพอสมควร นอกจากนี้การตรวจสุขภาพผู้สูงอายุตามสถานพยาบาลต่างๆ จะมีให้เลือกตรวจเฉพาะรายการที่ต้องการ หรือจะตรวจแบบเป็นแพ็กเกจไปเลยก็ได้ ซึ่งหากต้องการใช้บริการคุณสามารถสอบถามหรือนัดหมายล่วงหน้ากับทางโรงพยาบาลที่สนใจได้โดยตรง